
16 กันยายน วันโอโซนโลก
โอโซนคืออะไร ? โอโซน คือ โมเลกุลที่ประกอบขึ้นจากอะตอมของออกซิเจน 3 อะตอม (O3) มีโครงสร้างที่ไม่เสถียร ดังนั้น จึงสามารถเปลี่ยนกลับไปเป็นก๊าซออกซิเจนได้ สำหรับโอโซนในชั้นสตราโทสเฟียร์ เกิดจากการที่รังสีอัลตร้าไวโอเลตซึ่งมีพลังงานสูง พุ่งมาชนกับโมเลกุลของก๊าซออกซิเจนในชั้นสตราโทสเฟียร์ ทำให้โมเลกุลของออกซิเจนแตกตัวออกจากกัน โมเลกุลที่แตกตัวออกจากกันแล้วจะไปจับกับโมเเลกุลอื่น ๆ ของก๊าซออกซิเจนกลายเป็นโอโซน

การเกิดโอโซน
อย่างไรก็ตามโอโซนก็ถูกทำลายได้โดยรังสีอัลตร้าไวโอเลตเช่นกัน เพราะเมื่อโอโซนดูดซับรังสีอัลตร้าไวโอเลตไว้แล้ว ก็จะแตกตัวกลายเป็นอะตอมอิสระของออกซิเจน 1 อะตอม และก๊าซออกซิเจน 1 โมเลกุล
ปัจจุบัน โอโซนถูกทำลายลงมากจากสารฟรีรอน (CFC) และฮารอน (Haron) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เนื่องจากสารดังกล่าวมีคลอรีนเป็นองค์ประกอบ เมื่อสาร CFC ลอยตัวสูงขึ้นถึงชั้นสตราโทสเฟียร์ และดูดกลืนรังสีอัลตร้าไวโอเลตไว้ จะทำให้โมเลกุลของสาร CFC แตกตัวให้คลอรีน และทำปฏิกิริยากับโอโซน เกิดเป็นคลอรีนโมโนออกไซด์และก๊าซออกซิเจน เมื่อบรรยากาศในชั้นสตราโทสเฟียร์ไม่มีโอโซน ก็ทำให้รังสีอัลตร้าไวโอเลตส่องลงมายังพื้นโลกได้มากขึ้น เป็นอันตรายอย่างหนึ่งต่อมนุษย์ เพราะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังสูงขึ้น และยังทำลายแบคทีเรียหรือเชื้อจุลินทรีย์บางชนิดที่มีประโยชน์ ส่งผลต่อระบบนิเวศได้อีกด้วย

การทำลายโอโซน
ทำไมโอโซนถึงสำคัญ
เนื่องจากมนุษย์ต้องใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยงจากรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์แล้ว ยังมีพืช สัตว์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นโอนโซน จึงเป็นตัวที่จะช่วยรักษาสมดุลนี้ไว้ได้ โอโซนจะเป็นตัวช่วยกรองรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ ทำให้เราไม่ต้องเสี่ยงอันตรายที่มากับรังสีอัลตราไวโอเลตอย่าง โรคมะเร็งผิวหนัง โรคกระจกตาอักเสบ โรคต้อเนื้อ ผิวแห้งและเหี่ยวย่นก่อนวัย หลายคนคงจะได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า ไปสูดโอโซนกันเถอะ คำนี้ไม่ใช่ว่าเราไปสูดโอโซนกันจริง ๆ แต่เป็นการไปสูดออกซิเจนบริเวณที่มีป่าเยอะ หรืออีกนัยหนึ่งคือการไปเที่ยวป่า เนื่องจากบริเวณป่าธรรมชาติจะมีโอโซนในชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์มากกว่าเขตชุมชน หรือเขตเมือง เพราะบริเวณป่าจะไม่มีการสร้างแก๊ส หรือ พวกสาร CFC ซึ่งไปทำลายชั้นโอโซนที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกนั่นเอง และถ้าลองสังเกตกันจริง ๆ การเกิดความร้อนส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในบริเวณชุมชนเมืองมากกว่าป่าธรรมชาติ
ประโยชน์ของโอโซน
ถึงแม้ว่าโอโซนจะเป็นก๊าซที่เกิดได้เองตามธรรมชาติ แต่มนุษย์ก็สามารถผลิตโอโซนขึ้นมาได้เองโดยใช้อากาศและไฟฟ้า ยิ่งถ้าใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงก็จะยิ่งได้โอโซนที่มีความเข้มข้นมาก ทำให้โอโซนสามารถนำมาใช้ทำประโยชน์ต่าง ๆ ได้มากมาย
– ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นอันไม่พึงประสงค์ได้อย่างรวดเร็วและดีมาก ๆ
– ช่วยยับยั้งและทำลายการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
– ช่วยในการฟอกสีและบำบัดน้ำเสียให้น้ำสะอาดและใสขึ้น
ข้อควรระวังของโอโซน
– หากมีปริมาณโอโซนสูงมากเกินไปจะก่อให้เกิดเป็นก๊าซพิษที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
– หากมีการสัมผัสโอโซนในรูปของของเหลวที่ความเข้มข้นสูงบริเวณดวงตาหรือผิวหนังอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนได้ไปจนถึงอาการไหม้ที่รุนแรงขึ้นได้
– อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงอย่างปวดศีรษะ แน่นท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ หรือแน่นหน้าอก เป็นต้น
ถึงแม้โอโซนจะมีประโยชน์มากมาย แต่ถึงอย่างนั้นโอโซนก็ยังมีอันตรายด้วยเช่นกัน และทั้งนี้เมื่อเรารู้ถึงผลเสียของการไม่มีโอโซนแล้ว เราก็อย่าลืมช่วยกันรักษาโอโซนด้วยการปลูกต้นไม้ ไม่ทำลายป่า ลดการสร้างขยะ การเผาขยะ และการสร้างแก๊สต่าง ๆ รวมถึงสารจำพวก CFC ด้วยนะครับ
| # | ข้อดี |
ข้อควรระวัง
|
หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 1 | บำบัดน้ำเสียได้ | ใช้โอโซนมากเกินไป จะกลายเป็นก๊าซพิษ | – |
| 2 | กำจัดก๊าซพิษ มลพิษในอากาศ | หากเข้าตาหรือโดนผิวหนัง เกิดการระคายเคืองได้ | – |
| 3 | ฆ่าเชื้อโรค ไม่มีสารอันตรายตกค้าง | ในคนที่แพ้โอโซน อาจปวดศีรษะ คลื่นไส้ | – |
เครื่องผลิตโอโซน ให้โอโซนที่ดีต่อร่างกาย?
ส่วนมากแล้วเครื่องผลิตโอโซน หรือโอโซนที่อยู่ในเครื่องฟอกอากาศที่ใช้กันตามบ้านเรือน หรือสำนักงาน มักไม่ให้ผลในเรื่องของการให้โอโซนที่ดีในการหายใจ เพราะการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง ไม่ไล่อากาศภายในห้องออกไปให้หมดก่อน หรือเปิดเครื่องใช้งานในขณะที่มีคนอยู่ในห้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะโอโซนที่ผลิตขึ้นมาจะทำปฏิกิริยากับอากาศภายในห้องจนทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายมากกว่า
นอกจากนี้เครื่องผลิตโอโซนส่วนใหญ่ผลิตโอโซนได้ไม่เข้มข้นมากพอที่จะฆ่าเชื้อโรคได้ เพียงแต่ช่วยกำจัดกลิ่น หรือควันมากกว่า จึงทำให้เราสูดอากาศหลังจากการทำงานของเครื่องผลิตโอโซนแล้วรู้สึกสดชื่นมากขึ้น หากมีโอโซนที่เข้มข้นมากเกินไป ก็อาจจะเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่สูดหายใจเข้าไปในระบบทางเดินหายใจเป็นจำนวนมากเช่นกัน หากสูดดมเข้าไปในปริมาณที่เข้มข้น (มากกว่า 0.25 mm.) หรือในปริมาณมาก อาจให้เกิดอาการระคายเคืองตา จมูก และทำลายเนื้อเยื่อปอด และอาจเสียชีวิตได้
หากอยากใช้เครื่องผลิตโอโซนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยมอบอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ให้กับเราจริงๆ ควรไล่อากาศภายในห้องให้ออกไปให้หมดก่อน จากนั้นจึงเปิดเครื่องใช้งานขณะที่ไม่มีคนอยู่ในห้อง หากไม่แน่ใจในวิธีใช้ควรสอบถามผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน
ข้อควรระวัง
ไม่ควรสัมผัสกับโอโซนโดยตรงเป็นเวลานาน
ไม่ควรสูดดมโดยตรง
ห้ามใช้กับวัสดุที่เป็นโลหะ หรืออลูมิเนียม จะทำให้ผิววัสดุหมอง แต่ไม่เสียหาย
ข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ
ปริมาณของโอโซนที่ใช้จะขึ้นอยู่กับขนาดของห้องและสภาพของกลิ่นดังนี้
ปริมาณโอโซน (mg/hr) = PPM x 2.144 x ปริมาตรห้อง (m3)
PPM = 0.1 สำหรับ ห้องสภาพอากาศทั่วไป
PPM = 0.2 สำหรับ ห้องที่มีกลิ่นอับเล็กน้อย
PPM = 0.3 สำหรับ ห้องที่มีกลิ่นอับปานกลาง มีการสูบบุหรี่บ้าง
PPM = 0.4 สำหรับ ห้องที่มีคนใช้บริการมาก กลิ่นบุหรี่มาก
PPM = 0.5 สำหรับ ห้องที่มีคนใช้บริการมาก กลิ่นบุหรี่รุนแรง
PPM = 1.0 สำหรับบำบัดกลิ่นห้องที่มีสารระเหย เช่นโรงพิมพ์ หรือกลิ่นขยะ
PPM = 2.5 สำหรับ รมห้องฆ่าเชื้อโรค
Credit ข้อมูลจาก trueplookpanya.com