เปลี่ยนน้ำมันเครื่องใช้ 0W-20 หรือ 5W-40 ดี การเลือกใช้น้ำมันเครื่องระหว่าง เชลล์ เฮลิกส์ HX8 0W-20 และ เชลล์ เฮลิกส์ HX8 5W-40 ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องยนต์และสภาพการขับขี่ที่คุณมี ดังนี้:

เปลี่ยนน้ำมันเครื่องใช้ 0W-20 หรือ 5W-40 ดี
เชลล์ เฮลิกส์ HX8 0W-20:
ความหนืดต่ำ (0W-20) เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ที่ต้องการการหล่อลื่นที่เร็วและดีในอุณหภูมิที่ต่ำ
เหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ใหม่ หรือเครื่องยนต์ที่ออกแบบให้ใช้กับน้ำมันเครื่องที่มีความหนืดต่ำ เช่น รถที่ใช้งานในสภาพอากาศเย็น
ประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้น และช่วยลดการสึกหรอในขณะเริ่มต้นขับขี่ในอุณหภูมิที่เย็น
เชลล์ เฮลิกส์ HX8 5W-40:
ความหนืดสูงกว่า (5W-40) เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ที่มีอายุการใช้งานนานขึ้น หรือเครื่องยนต์ที่ต้องการน้ำมันที่มีความหนืดสูงเพื่อรองรับการทำงานในสภาพอากาศร้อนหรือขับขี่หนัก
เหมาะสำหรับรถที่มีการใช้งานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือขับขี่ในสภาพที่มีการทำงานหนัก
ช่วยลดการสึกหรอในสภาพการทำงานที่มีอุณหภูมิสูงได้ดี

HX8 0W-20 และ เชลล์ เฮลิกส์ HX8 5W-40
สรุป:
หากรถของคุณเป็นรถใหม่หรือคุณขับขี่ในสภาพอากาศเย็นและต้องการประหยัดน้ำมันมากขึ้น เชลล์ เฮลิกส์ HX8 0W-20 อาจจะเหมาะสมกว่า
หากคุณขับขี่ในสภาพอากาศร้อนหรือมีการขับขี่ที่หนักหน่วง เช่น ขับในเมืองในช่วงที่อากาศร้อน หรือใช้รถที่มีอายุการใช้งานมานาน เชลล์ เฮลิกส์ HX8 5W-40 จะเหมาะสมกว่า
คุณควรเลือกน้ำมันที่เหมาะกับคำแนะนำจากผู้ผลิตรถยนต์ของคุณเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด.
รถที่มีอายุการใช้งานมานาน หมายถึงกี่ปี ?
คำว่า “รถที่มีอายุการใช้งานมานาน” โดยทั่วไปหมายถึงรถยนต์ที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป แต่ไม่ได้มีการกำหนดที่ชัดเจนในแง่ของจำนวนปี เพราะมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น จำนวนกิโลเมตรที่วิ่ง, สภาพการใช้งาน, และการบำรุงรักษา
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของน้ำมันเครื่อง: รถที่มีอายุการใช้งาน 5 ปีขึ้นไป (โดยประมาณ) มักจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นรถที่ต้องการน้ำมันเครื่องที่มีความหนืดสูงกว่า เช่น 5W-40 เพื่อช่วยในการป้องกันการสึกหรอในเครื่องยนต์ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานที่ยาวนาน
ถ้ารถมีอายุ 10 ปีขึ้นไป และยังคงมีการใช้งานปกติ, การเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดสูง (เช่น 5W-40) จะช่วยในการรองรับการทำงานที่หนักและอุณหภูมิสูงได้ดีกว่า.
การเลือกน้ำมันเครื่องสำหรับรถที่มีอายุการใช้งานมานาน ควรพิจารณาจากทั้งอายุของรถและสภาพการขับขี่ หากคุณไม่แน่ใจ คำแนะนำจากผู้ผลิตรถยนต์ในคู่มือการใช้งานหรือช่างเทคนิคจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด.